วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา



สรุปเนื้อหาที่ได้เรียน วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2558
เรียน อาจารย์ ภัทรดร  จั้นวันดี
นางสาวชนธัญ ไชยอวน รหัส 58723713201 หมู่เรียนที่ 2

กลุ่มรายงานหน้าชั้นเรียน
 -        Klausmeier  & Ripple Model
 -        Knirk & Gentry  Model
 -        Seels & Glasgow  Model
 -        Robert  Gange  Model

Klausmeier  & Ripple Model
       คลอสเมียร์ และริปเปิล กำหนดองค์ประกอบของระบบการเรียนการสอนไว้ 7 ส่วน คือ

      1.       การกำหนดจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน
      2.       การพิจารณาความพร้อมของผู้เรียน
      3.       การจัดเนื้อหาวิชา วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง
      4.       การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
      5.       การดำเนินการสอน
      6.       การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน
      7.       สัมฤทธิ์ผลของนักเรียน


Knirk & Gentry  Model
       เนิร์ค และเยนตรี ได้กำหนดองค์ประกอบของระบบการเรียนการสอนเป็น 6 ส่วน

    1. การกำหนดเป้าหมาย เป็นการกำหนดเป้าหมายของการสอนไว้อย่างกว้าง
    2. การวิเคราะห์กิจกรรม เป็นการวิเคราะห์งานต่าง ๆ ที่จะต้องทำโดยการย่อยเป้าหมายของการสอน             ออกเป็นจุดประสงค์ของการสอนเพื่อให้มีความละเอียดและชัดเจนยิ่งขึ้น
    3. การกำหนดกิจกรรม เป็นการกำหนดกิจกรรมให้เป็นหมวดหมู่ และเลือกเอาเฉพาะกิจกรรมที่มีความ           เหมาะสมที่สุด
    4. การดำเนินการสอน เป็นขั้นของการนำเอาแผนการที่วางไว้ไปสอนในชั้นเรียน ผู้สอนจำเป็นต้อง               ควบคุมการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
    5. การประเมินผล เป็นการประเมินผลการดำเนินงานทั้งหมดของระบบ เพื่อให้ทราบจุดดีและจุดอ่อนที่         จะต้องปรับปรุงแก้ไข

Seels & Glasgow  Model
       ซีลส์ และกลาสโกว์  ได้เสนอการจัดระบบการเรียนการสอนโดยมีขั้นตอนดังนี้

      1.       การวิเคราะห์ปัญหา (Problem Analysis)
      2.       วิเคราะห์การสอนและกิจกรรม (Task and Instructional Analysis)
      3.       การกำหนดวัตถุประสงค์และแบบทดสอบ (Objective and Tests)
      4.       กลยุทธ์การเรียนการสอน (Instructional Strategy)
      5.       การตัดสินใจเลือกสื่อการสอน (Media Decision)
      6.       การพัฒนาการสอน (Materials Development
      7.       การประเมินผลย่อยระหว่างเรียน (Formative Evaluation)
      8.       การนำไปใช้และบำรุงรักษา (Implementation Maintenance)
      9.       การประเมินผลรวมภายหลังการเรียน (Summative Evaluation
     10.     การเผยแพร่และขยายผล (Dissemination Diffusion)

Robert  Gange  Model
        โรเบิร์ต กาเย่ (Robert Gange') ได้นำเอาแนวแนวความคิด 9 ประการ มาใช้ประกอบการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้บทเรียนที่เกิดจากการออกแบบในลักษณะการเรียนการสอนจริง โดยยึดหลักการนำเสนอเนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ หลักการสอนทั้ง 9 ประการได้แก่

    1. เร่งเร้าความสนใจ (Gain Attention)
    2. บอกวัตถุประสงค์ (Specify Objective)
    3. ทบทวนความรู้เดิม (Activate Prior Knoeledge)
    4. นำเสนอเนื้อหาใหม่ (Present New Information)
    5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ (Guide Learning)
    6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน (Elicit Response)
    7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Provide Feedback)
    8. ทดสอบความรู้ใหม่ (Assess Performance)
    9. สรุปและนำไปใช้ (Review and Transfer)


วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา




สรุปเนื้อหาที่ได้เรียน วันเสาร์ ที่ี 5 กันยายน 2558
เรียน อาจารย์ ภัทรดร จั้นวันดี
นางสาวชนธัญ ไชยอวน รหัส 58723713201 หมู่เรียนที่ 2


    OBE Outcome Based Education



 Concept   Idea

    -   ใช้ผลการเรียนรู้เป็นตัวกำหนดกระบวนการที่เหมาะสม ในการพัฒนานักเรียน
    -    กระบวนการ / Proeess  ( How  to  ? )  ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ
    -    การผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพ  ขึ้นอยู่กับการกำหนด Lo
    Understand   Learning  Outcomes
    ผลการเรียนของ  สพฐ. กำหนดไว้  3  ด้าน
    -   Cognitive   Domain
    -    Affective    Domain
    -    Psychomoto   Domain
    Expansion  Detail  Learning  Outcomes
    -    ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
    -    ความสามารถในการสื่อสาร
    -    ความสามารถในการคิด
    -    ความสามารถในการแก้ปัญหา
    -    ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

Thinking Development
“Education is not the learning of facts, but the training of the mind to think. (Albert Eintein)

1    Analytical Thinking (การคิดวิเคราะห์)
2    System Thinking (การคิดเป็นระบบ)
3    Critical Thinking (การคิดสังเคราะห์)
4    Reflective Thinking (การสะท้อนคิด)
5     Logical Thinking (การคิดแบบตรรกะ)
6     Analogical Thinking (การคิดเชิงเปรียบเทียบ)
7    Practical Thinking (การคิดแบบลงมือปฏิบัติ)
8    Deliberative Thinking (การคิดแบบบูรณาการ)
9    Creative Thinking (การคิดสร้างสรรค์)
10    Team Thinking (การคิดเป็นทีม)   
การพัฒนาศักยภาพทางการคิด  เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่มสาระวิชา  โดยเฉพาะในยุคของ  Digital  Economy
    World is changing  very  fast
    -  โลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งการแข่งขัน
    -   ภาคธุรกิจอุสาหกรรมจึงต้องหาเทคนิคใหม่ๆอยู่เสมอ
    -  ในอดีตเราอาจได้ยินคำว่า  ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  big  beats  small  !!
    -    เวลาเปลี่ยนโลกเปลี่ยนไป  ปัจจุบันเราควรตระหนักไว้ว่า Fast  beats  slow  !!

ครูบาอาจารย์เป็นกำลังสำคัญ
     “ใครคือครูครูคือใครในวันนี้ ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
          ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์ ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
          ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
          ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน"

แนวคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21st
(Framework for 21st Century Learning)
ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21





  เข้าใจ
    ปัจจัยสู่ความสำเร็จสู่กระบวนการเรียนรู้
    -   Interst   ความสนใจของนักเรียน
    -   Intention  ความตั้งใจของนักเรียน  และคุณครู
    -   Teaching  วิธีการสอนของคุณครู
    -   Aptitude   ความสามารถของนักเรียน
    -    Experience   ประสบการณ์สอนของครู
    -   Responsibility  ความรับผิดชอบของครู
    -   Difficulty  ความยากง่ายของวิชา

    เข้าถึง
    -   ผู้สอนต้องเข้าถึงผู้เรียน
    -   ผู้สอนต้องมีวิทยาการสอน
    -   ต้องเข้าใจลักษณะเด็กสมัยใหม่

    เข้าถึง  ธรรมชาติผู้เรียน
    -   ความต้องการทางกาย
    -   ต้องการความมั่นคงปลอดภัย
    -   ต้องการความรัก  และเป็นที่ยอมรับ
    -   ต้องการได้รับการยกย่อง
    -   ต้องการเข้าใจและรักตนเอง


    พัฒนา
    คุณครูที่มีศักยภาพ  ควรมีคุณลักษณะบางอย่างหรือหลายประการดังนี้
    -   เป็น  นำเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
    -   ใช้และใฝ่หาเทคนิคเพื่อกระตุ้นผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ
    -    มีความคิดสร้างสรรค์
    -    ประเมินตนเอง  มีความรู้ลึกซึ้งมากแค่ไหนในวิชาที่สอน


วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

บันทึกการเรียนรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา สรุปเนื้อหาที่ได้เรียน วันเสาร์ ที่ี 29 สิงหาคม 2558
เรียน อาจารย์ ภัทรดร จั้นวันดี 
ดิฉันนางสาวชนธัญ ไชยอวน รหัส 58723713201 หมู่เรียนที่ 2

4 model รายงาน อาจารย์ให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางที่ถูกต้อง 

รูปแบบของแผนการสอนที่ดี โรงเรียนที่สอนเป็นแผนการที่ดีที่สุด 
เงื่อนไข หลักของความรู้ความเข้าใจ
วิเคราะ คือ ขั้นสูง มีความรู้ จำ เข้าใจ
จุดประสงค์ จะโยงเป็นเครื่องมือวัดเครื่องมือจะเป็นตัวบอกวัตถุประสงค์
แบบการสอน ขั้นตอน คำจำกัดคำแบบบรรยาท
ขั้นของการเตรียม ขั้นสอน ชั่วโมง 1 2 แผน สื่อ 
แผนวัดผล ใบงานไม่ใช่สื่อ สื่อคือสิ่งที่ทำให้นักเรียนเข้าใจเกิดกระบวนการเรียนรู้ หรือนำไปให้เกิดใบงาน เช่น บัตรภาพ บัตรคำ

กลุ่มที่ 2
รูปแบการสอน ดิคด์ แอนด์ แคเรย์ 1990  5 ขั้นตอน
อิงหลักการของ กระบวนการเปลี่ยนแปลง
แผนข้อที่ 1 ขั้นตอน การประยุกต์ใช้
คำว่าแยกแยะ การแยกองค์ประกอบ เช่น แกะแยะ ออกมา กับวิเคราะห์ คนละความหมายกัน เช่น สี  ใบงาน คือใช้ในระหว่างสอน แบบฝึกหัด เรียนจบบท แบบฝึกหัดท้ายบท กลุ่มแบบมีงานชิ้นเดียวหรือหลายชิ้น ดีมาก ดี พอใช้ เกนระดับคุณภาพ 1 2 3 เกนการให้คะแนน

กลุ่ม 3
วิธีการสอน และเครื่องมือ ที่ยังไม่ชัดเจน การประเมินพฤติกรรม มี2 ด้าน
มองเห็นด้วยตา ภายนอก เกิดขึ้น พุทธพิสัน ทักษะพิสัย ภายใน จะประเมินเค้าอย่างไร ต้องมีแบบทดสอบ เกิดขึ้นกับคุณลักอัพึ่งสงการระบุให้ชัด เครื่องมือจะเปนตัวต่อ
 วิธีการสอน ไม่ถูกต้อง กำหนดกลยุท เทคนิคการสอน
การกำหนดเวลา ปรับวิธีการสอน กระบวนในการแบ่งกลุ่ม กระบวนการใบงาน นำเสนอก้ออภิปรายหน้าชั้นก็ได้ การประเมิณ ต้องมีเกนการประเมินอย่างชัดเจน ทุกกลุ่มที่ต้องทำ อราฟินแบ็ก เพื่อที่จะไปตอบที่เราจัดมา เป็นผลที่น่าพอใจไม่พอใจ ชอบไม่ชอบ เพื่อนจะนำเอา บันทึกหลังแผนการสอน แล้วนำ ไปใช้ car ต่อ

กลุ่มที่ 4 addie model ฟังอาจารย์อธิบายเพลินไปหน่อย เลยไม่จดเลยค่ะ